กรดซัลฟิวริกหรือกรดกำมะถัน เป็นหนึ่งในสารเคมีที่มีความสำคัญในหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งมักถูกพูดถึงในระดับความเสี่ยงของการใช้งานเนื่องจากความเข้มข้นและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน คุณสมบัติของกรดซัลฟิวริกทำให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตและการสังเคราะห์ในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในการผลิตปุ๋ย แร่ และสารเคมีต่าง ๆ อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยบำบัดน้ำเสียที่มีค่าความเป็นด่างสูง และใช้เป็นสารละลายอิเล็กทรอไลต์ในแบตเตอรี่และกระบวนการกลั่นน้ำมัน
การใช้งานกรดซัลฟิวริก สูตรเคมีต้องคำนึงถึงความระมัดระวัง เนื่องจากเมื่อกรดซัลฟิวริกเข้มข้น จะสามารถเกิดความร้อนได้มากถึง 130-180 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อคนและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ผู้ที่ทำงานในพื้นที่นี้ต้องมีความระมัดระวังและความรู้ความชำนาญเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ ตามกฎหมาย กรดซัลฟิวริกถือเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 มีความเข้มข้นของสารมากกว่า 50% ซึ่งการผลิต การนำเข้า การส่งออก หรือการมีในครอบครองต้องได้รับการอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม แต่มีบางกรณีที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย ด้วยคุณสมบัติที่หลากหลายและการใช้งานที่แพร่หลาย กรดซัลฟิวริกเป็นสารเคมีที่มีความสำคัญอย่างมากในอุตสาหกรรม แต่ควรระมัดระวังและใช้งานอย่างรอบคอบเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างการใช้งาน
กรดซัลฟิวริกคืออะไร
กรดซัลฟิวริก เป็นสารเคมีที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในวงการอุตสาหกรรมทั่วโลก เนื่องจากมีการนำไปใช้ในหลาย ๆ องค์ประกอบของการผลิตที่สำคัญ เช่น การผลิตปุ๋ย การหล่อเหล็ก การผลิตไทเทเนียม การผลิตแบตเตอรี่ และการใช้ในกระบวนการบำบัดน้ำเสียเป็นต้น
อุตสาหกรรมเคมีที่มีการนำซัลฟิวริกไปใช้มีอุตสาหกรรมไหนบ้าง
อุตสาหกรรมการผลิตคาโปแลคตัม
คาโปแลคตัมมีสูตรทางเคมี C6H10NO และเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต NYLON-6 ที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตสิ่งทอ อุปกรณ์การประมง และชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นกระบวนการโพลีเมอไรเชชันเชิงซ้อนที่ใช้วัตถุดิบหลายประการ เช่น แอมโมเนีย กรดซัลฟิวริกหรือโอเลียม ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และไซโคลเฮกเซน
อุตสาหกรรมการผลิตเส้นใยวิสโคเรยอน
การผลิตเส้นใยวิสโคเรยอนประกอบด้วยขั้นตอนการเตรียมวิสโคสและการฉีดเส้นใย โดยใช้กรดซัลฟิวริก และสารอื่น ๆ ทำให้ได้เส้นใยเซลลูโลสที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมการผลิต
อุตสาหกรรมการผลิตอะลูมิเนียมซัลเฟต
การผลิตอะลูมิเนียมซัลเฟตจากอะลูมินาและกรดซัลฟิวริก เป็นกระบวนการที่ได้รับความนิยมในการผลิตน้ำประปาและระบบบำบัดน้ำเสีย
อุตสาหกรรมการผลิตผงชูรส
การผลิตผงชูรสจากแป้งมันสำปะหลังหรือกากน้ำตาล โดยใช้เอนไซม์อะไมเลสและอะไมโลกลูโคซิเดส มีขั้นตอนหลายขั้นตอน เช่น กระบวนการหมัก การปรับค่าความเป็นกรด-ด่าง และการกำจัดสี
อุตสาหกรรมการผลิตกรดซิตริก
กรดซิตริกหรือกรดมะนาวมีการผลิตจากมันสำปะหลัง การหมัก กรอง แยกและกระบวนการทำให้เป็นกรดซิตริก
กรดซัลฟิวริก อันตรายอย่างไร
- กรดซัลฟิวริกเป็นสารที่อันตรายต่อร่างกายเมื่อมีการสัมผัสหรือการปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดกับมัน ส่วนผสมนี้มีความเสี่ยงที่สูงเนื่องจากออกฤทธิ์ระคายเคือง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้หลายด้าน
- เมื่อมีการสัมผัสกับผิวหรืออวัยวะภายในร่างกาย กรดซัลฟิวริกสามารถทำให้เกิดผลกระทบทันที โดยเฉพาะการระคายเคืองผิวหนังที่อาจเกิดแผลไหม้
- เมื่อกรดซัลฟิวริกสัมผัสตาอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง จนถึงขั้นตาบอดหรือการอักเสบของเยื่อบุตา เป็นสิ่งที่ต้องระวังในการปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดกับกรดซัลฟิวริก
- นอกจากนี้ กรดซัลฟิวริกยังเป็นพิษที่สามารถสร้างสารก่อมะเร็งได้ เมื่อถูกสูดดมหรือสัมผัสผ่านการไอ อาจทำให้เกิดภาวะก่อมะเร็งในระบบทางเดินหายใจ ไม่ว่าจะเป็นกล่องเสียง โพรงจมูก หรือปอด จึงจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันอย่างเหมาะสม
- อันตรายที่เกิดขึ้นในระบบเลือดก็เป็นไปได้ หากกรดซัลฟิวริกเข้มข้นถูกกลั่นในร่างกาย อาจทำให้เกิดภาวะการเป็นกรด ทำให้ร่างกายขาดน้ำและมีผลกระทบต่อเม็ดเลือด อาจเกิดความผิดปกติของเม็ดเลือดได้
- การได้รับกรดซัลฟิวริกในปริมาณมากอาจส่งผลให้เกิดการไหม้รุนแรงในร่างกาย เช่น การกินเข้าไปจะเกิดอาการไหม้ในลำคอ และมีผลทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน หายใจติดขัด และการไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ไปจนถึงอาการช็อกและเสียชีวิตได้
- อันตรายที่เกิดในระบบประสาทส่วนใหญ่เกิดขึ้นต่อเมื่อมีการสัมผัสกับกรดซัลฟิวริกในระยะเวลาที่ยาวนาน ผู้ที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับกรดซัลฟิวริกมีความเสี่ยงสูง อาการที่เป็นไปได้รวมถึงร่างกายอ่อนเพลีย การตัดสินใจช้าลังเล หรือการสูญเสียความจำ การระวังอาการนี้เป็นสิ่งสำคัญ
- นอกจากนี้ การสัมผัสกรดซัลฟิวริกในระยะที่ตั้งท้องอาจมีผลต่อการพัฒนาของตัวอ่อน ซึ่งการทดลองบนหนูและกระต่ายพบว่า การสูดดมกรดซัลฟิวริกในปริมาณมากในช่วงท้องตั้งท้องสามารถทำให้กระดูกของตัวอ่อนมีความผิดปกติ
- สุดท้าย กรดซัลฟิวริกเป็นส่วนผสมที่สามารถทำให้เกิดการระเบิดขึ้นได้ หากมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น กรดซัลฟิวริกไม่ได้ลุกไหม้ แต่อาจกลายเป็นแก๊สหรือไอระเหยที่อันตรายมาก โดยเฉพาะเมื่อผสมกับโลหะ ทำให้เกิดไฮโดรเจนและเกิดการระเบิดขึ้นได้ ควรมีถังดับเพลิงเอาไว้ด้วย
การใช้สัญลักษณ์ไฟฟ้าและกรดซัลฟิวริกในชีวิตประจำวันของเราได้กลายเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอีกต่อไป เพราะการเชื่อมโยงระหว่างสองสิ่งนี้นั้นสำคัญมากในการใช้ชีวิตของเรา
หากได้รับกรดซัลฟิวริกต่อร่างกายหรือเกิดเหตุฉุกเฉินควรปฐมพยาบาลอย่างไร
- นำผู้ป่วยไปยังที่ที่มีอากาศถ่ายเทอย่างเร่งด่วน และถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนกรดซัลฟิวริกทันที เพื่อลดการสัมผัสต่อผิวหนัง
- หากมีการสัมผัสกรดซัลฟิวริกเล็กน้อย ให้ล้างทำความสะอาดทันทีด้วยน้ำไหลประมาณ 15 นาที ในกรณีที่มีการสัมผัสมากมาย ให้ใช้ผ้าสะอาดเช็คหรือซับกรดออกก่อน แล้วจึงล้างด้วยน้ำในปริมาณมากประมาณ 15 นาที
- หากกรดซัลฟิวริกเข้าตา ให้ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำทันทีและหาความช่วยเหลือจากแพทย์โดยไม่ล่าช้า
- หากมีการสัมผัสผ่านทางการกิน ห้ามผายปอดและเร่งให้ผู้ป่วยดื่มน้ำในปริมาณมาก เพื่อช่วยลดความเข้มข้นของกรดซัลฟิวริก แต่ห้ามทำให้เกิดอาการอาเจียน เนื่องจากอาจทำให้กรดซัลฟิวริกกระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ในร่างกาย
- รีบพบแพทย์ทันทีหากผู้ป่วยหมดสติจากการได้รับกรดซัลฟิวริก เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมและลดความเสี่ยงในกรณีฉุกเฉิน
สรุป
เมื่อคุณทราบถึงอันตรายของกรดซัลฟิวริก หรือกรดกำมะถันขนาดนี้แล้ว คุณจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการระวังและป้องกันการสัมผัสตรงกับสารเคมีนี้ เนื่องจากมันสามารถมีผลกระทบทันทีไปจนถึงการเสียชีวิตได้ ในทางเดียวกันคุณต้องได้รับคำปรึกษาจากผู้ที่เชี่ยวชาญในการใช้สารเคมีนี้

กิตติวงษ์ จันทุม เป็นวิศวกรที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 15 ปีในอุตสาหกรรมสอบเทียบเครื่องมือวัด เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสอบเทียบอุปกรณ์วัดต่างๆ เช่น เครื่องวัดอุณหภูมิ เครื่องวัดแรงดัน เครื่องวัดระดับเสียง และอื่นๆ กิตติวงษ์ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อรับรองความสามารถในการสอบเทียบตามมาตรฐานสากล