ทำความรู้จัก “ก๊าซธรรมชาติ” พลังงานสะอาด กับประโยชน์ที่เป็นมากกว่าเชื้อเพลิง

ก๊าซธรรมชาติ

ในยุคปัจจุบันที่โลกกำลังเผชิญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การหันมาใช้พลังงานสะอาดจึงเป็นทางเลือกที่สำคัญ ก๊าซธรรมชาติถือเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่น่าสนใจ เนื่องจากมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลประเภทอื่น ๆ อีกทั้งยังเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างกว้างขวางในธรรมชาติ

ก๊าซธรรมชาติเกิดจากการสลายตัวของซากพืชและสัตว์ใต้พื้นดินเมื่อหลายล้านปีก่อน ประกอบด้วยส่วนผสมหลักคือมีเทน (CH4) และอัลเคนอื่น ๆ เมื่อผ่านกระบวนการกลั่นและแยกส่วนประกอบแล้ว ก๊าซธรรมชาติคืออะไร นี้จะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ  ทั้ง NGV, LNG และ LPG วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยถึงความแตกต่างของก๊าซทั้ง 3 ชนิดนี้ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรเราไปดูรายละเอียดจากบทความนี้กันได้เลย

ก๊าซธรรมชาติมาจากไหน

ก๊าซธรรมชาติเป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่สะอาดและมีประสิทธิภาพสูง โดยก๊าซธรรมชาติเกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาในช่วงเวลาหลายล้านปีที่ผ่านมา กล่าวคือ ซากพืชและซากสัตว์ที่สะสมทับถมกันในระดับชั้นหินใต้ผิวโลก เมื่อถูกแรงดันอันมหาศาลจากชั้นหินและความร้อนสูงจากใต้พิภพ ก็จะทำให้เกิดการสลายตัวและแปรสภาพเป็นก๊าซธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วยสารไฮโดรคาร์บอนต่าง ๆ เช่น มีเทน อีเทน โปรเพน และบิวเทน เป็นต้น

สำหรับประเทศไทย มีแหล่งก๊าซธรรมชาติที่สำคัญ 2 แหล่งใหญ่ คือ แหล่งก๊าซธรรมชาติในทะเลอ่าวไทย อาทิ แหล่งเอราวัณ แหล่งบงกช และแหล่งอาทิตย์ และแหล่งก๊าซธรรมชาติบนบกที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งแหล่งพลังงานสิ้นเปลืองเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลิตพลังงานเพื่อรองรับความต้องการใช้ในประเทศ ด้วยคุณสมบัติที่เป็นเชื้อเพลิงสะอาดและมีประสิทธิภาพสูง ก๊าซธรรมชาติจึงถือเป็นพลังงานทรงคุณค่าที่มาจากธรรมชาติ ช่วยตอบสนองความต้องการด้านพลังงานของมนุษยชาติได้อย่างยั่งยืน หากมีการบริหารจัดการและใช้อย่างรู้คุณค่า

ก๊าซธรรมชาติ พลังงานสะอาด

ก๊าซธรรมชาติ มีประโยชน์กับคนไทยอย่างไร

ก๊าซธรรมชาติถือเป็นพลังงานสะอาดที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศไทย เนื่องจากมีคุณสมบัติที่โดดเด่น ได้แก่ ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ไร้พิษ คุณภาพดีเยี่ยม และกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าพลังงานฟอสซิลประเภทอื่น ๆ อาทิ น้ำมันดิบและถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติยังมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า จึงถูกนำมาใช้ประโยชน์ทดแทนพลังงานอื่น ๆ อย่างกว้างขวางในหลากหลายด้าน

องค์ประกอบหลักของก๊าซธรรมชาติ ได้แก่ ก๊าซมีเทน ก๊าซอีเทน ก๊าซโพรเพน ก๊าซบิวเทน รวมถึงส่วนประกอบอื่น ๆ เช่น ไฮโดรคาร์บอนเหลว ก๊าซโซลีนธรรมชาติ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยแต่ละองค์ประกอบจะมีคุณสมบัติเฉพาะ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้ดังนี้

  • ก๊าซมีเทน ใช้ในการผลิตไฟฟ้า เป็นเชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม และยังสามารถนำไปอัดใส่ถังเป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์ หรือที่เรียกว่า NGV (Natural Gas for Vehicles)
  • ก๊าซอีเทน เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นต้น สำหรับผลิตเม็ดพลาสติกและเส้นใยพลาสติก ก่อนแปรรูปเป็นสินค้าต่าง ๆ เช่น ยางรถยนต์ เสื้อผ้า ถุงมือยาง กาว ฯลฯ
  • ก๊าซโพรเพนและก๊าซบิวเทน ใช้ในอุตสาหกรรมเคมี และนำมาผสมกันแล้วอัดใส่ถังเป็นก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือก๊าซหุงต้ม และยังสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงรถยนต์และเชื่อมโลหะได้อีกด้วย
  • ไฮโดรคาร์บอนเหลว เป็นก๊าซที่แยกจากแท่นผลิตในสถานะของเหลว เรียกว่า คอนเดนเสท ซึ่งจะถูกขนส่งไปยังโรงกลั่น เพื่อผลิตเป็นน้ำมันสำเร็จรูปต่อไป
  • ก๊าซโซลีนธรรมชาติ เป็นไฮโดรคาร์บอนเหลวประเภทหนึ่งที่แยกได้จากแท่นผลิต ถูกส่งเข้าสู่กระบวนการแยกก๊าซธรรมชาติอีกครั้ง แล้วส่งต่อไปยังโรงกลั่นน้ำมัน ใช้เป็นส่วนผสมของน้ำมันสำเร็จรูป และตัวทำละลายในบางอุตสาหกรรม
  • คาร์บอนไดออกไซด์ เป็นส่วนประกอบที่ปนเปื้อนอยู่ในก๊าซธรรมชาติ หลังจากผ่านกระบวนการแปรสภาพจะอยู่ในรูปของวัฏภาคแข็ง หรือน้ำแข็งแห้ง ซึ่งสามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม การถนอมอาหารขณะขนส่ง รวมทั้งใช้สร้างควันในอุตสาหกรรมบันเทิง

ด้วยองค์ประกอบและคุณสมบัติที่โดดเด่นของก๊าซธรรมชาติ ทำให้เป็นพลังงานสะอาดที่มีประโยชน์ต่อวิถีชีวิตคนไทยเป็นอย่างมาก ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกิจกรรมทางอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ก๊าซธรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

NGV – LNG – LPG ต่างกันอย่างไร

ก๊าซธรรมชาติกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากเป็นพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่คุณรู้หรือไม่ว่า NGV LNG และ LPG ที่ได้จากก๊าซธรรมชาตินั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร

NGV (Natural Gas for Vehicles)

NGV หรือก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ คือก๊าซธรรมชาติที่ถูกอัดให้มีความดันสูงเพื่อบรรจุในถังสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนน้ำมันเบนซินและดีเซลในรถยนต์ NGV มีสัดส่วนคาร์บอนต่ำ ทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์มากขึ้น ไม่ก่อให้เกิดควันดำและลดการปล่อยสารพิษได้ถึง 90% NGV ยังมีคุณสมบัติเบากว่าอากาศ หากมีการรั่วไหลจะไม่สะสมบนพื้นดินและไม่ลุกไหม้ง่ายเหมือนเชื้อเพลิงประเภทอื่น

LNG (Liquefied Natural Gas)

LNG หรือก๊าซธรรมชาติเหลว เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแยกสิ่งเจือปนและองค์ประกอบต่าง ๆ ออกจากก๊าซธรรมชาติ เหลือเพียงแค่ก๊าซมีเทนเท่านั้น จากนั้นจะนำไปผ่านกระบวนการทำให้เป็นของเหลวเพื่อให้สะดวกต่อการขนส่งมากขึ้น เมื่อต้องการใช้งานจะต้องนำ LNG กลับมาเป็นก๊าซอีกครั้ง LNG ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่เป็นพิษและไม่มีฤทธิ์กัดกร่อน หากมีการรั่วไหลจะลอยตัวเหนืออากาศและติดไฟยาก จึงนิยมนำมาใช้ในการผลิตไฟฟ้าและอุตสาหกรรมห้องเย็น

LPG (Liquefied Petroleum Gas)

LPG หรือก๊าซปิโตรเลียมเหลว ประกอบด้วยก๊าซโพรเพนและบิวเทนเป็นหลัก เมื่อเผาไหม้จะไม่มีเขม่าหรือขี้เถ้าเหลือค้าง แต่จะให้ความร้อนสูง เพื่อความปลอดภัยจึงมีการเติมกลิ่นลงไปในก๊าซ LPG นิยมนำมาใช้เป็นแก๊สหุงต้มในบ้านเรือนและอาจอัดในถังเหล็กเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ แต่แตกต่าง

สรุป

ก๊าซธรรมชาติกำลังมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาพลังงานทดแทนในยุคปัจจุบัน ด้วยคุณสมบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีประสิทธิภาพสูง จึงถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการใช้งานในหลากหลายด้าน หนึ่งในข้อดีที่สำคัญของก๊าซธรรมชาติคือการเผาไหม้ที่สะอาดกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลประเภทอื่น ๆ โดยโดรนพ่นยาจะปล่อยปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และมลพิษน้อยกว่า และยังมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับแหล่งพลังงานหลักอื่น ๆ ทำให้ก๊าซธรรมชาติเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้บริโภค

การนำก๊าซธรรมชาติมาใช้งานมีได้หลากหลายวัตถุประสงค์ ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าและความร้อนสำหรับอุตสาหกรรม ไปจนถึงการให้พลังงานแก่ครัวเรือนและธุรกิจต่าง ๆ ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นและการกระจายตัวอย่างแพร่หลายทั่วโลก จึงทำให้ก๊าซธรรมชาติกลายเป็นแหล่งพลังงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน การคาดการณ์ชี้ให้เห็นว่า ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาตินั้นจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต เนื่องจากเป็นพลังงานสะอาดที่สามารถทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลได้ ประกอบกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานก๊าซธรรมชาติให้ดียิ่งขึ้น จึงถือเป็นก้าวสำคัญสู่การพัฒนาพลังงานสะอาดที่ยั่งยืนในระยะยาว

บทความน่าสนใจ